บทที่ 6 เทใจไปให้คุณ EP.6

CHAPTER 3

Rrrr

-สุดหล่อของแอล-

วันนี้มาแปลกที่โทรหาแต่เช้า ฉันกำลังจะออกจากห้องไปมหา’ลัยพอดี จึงทิ้งสะโพกลงบนเบาะที่ตู้รองเท้า กดปุ่มวงกลมสีเขียวแล้วกรอกเสียงเข้าไปในสาย

“โทรมาแต่เช้าเชียว”

“(พี่มารับแอลไปเรียน ตอนนี้อยู่หน้าหอแล้ว)”

ได้ยินแบบนั้นฉันจึงรีบออกจากห้องลงไปข้างล่าง พี่เจยืนรออยู่ที่หน้าหอ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ฝ่ามือของเขาก็ถูกส่งมาตรงหน้า ฉันจึงยื่นมือไปประสานกับมือของเขาไว้ ใบหน้าของฉันอิ่มเอมไปด้วยความสุข

“นึกยังไงถึงมาเนี่ย” ถามขณะที่กำลังเดินมาที่หน้าปากซอย

“จะได้ไปเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกันไง” คนตัวสูงข้าง ๆ หันมายิ้มให้จนตาหยี

งือ น่าร้ากกกก

“จะรอกลับพร้อมกันเหรอ”

“อื้อ เดี๋ยวพี่รอรับ เราจะได้ไปดูหนังกันต่อ วันนี้แอลเลิกบ่ายสองใช่มะ”

“ช่ายยย” ฉันลากเสียงยาน

“รถมาละ” พี่เจมองไปไกล ๆ เขาเอ่ยออกมาก่อนจะโอบไหล่ฉันไว้ แล้วเดินมายืนที่ริมทางเท้าเพื่อที่จะได้ขึ้นรถสองแถว เขาให้ฉันขึ้นก่อนแล้วเขาถึงขึ้นตาม

ในตอนแรกก็ได้นั่งด้วยกันทั้งคู่ แต่พอมาถึงอีกป้าย มีนักศึกษาหญิงขึ้นรถมาหลายคน พี่เจจึงลุกขึ้นแล้วให้ผู้หญิงนั่งแทน เอกสารการเรียนของเขา ฉันอาสาถือไว้ให้ สายตาของพี่เจส่งมายังใบหน้าของฉันอย่างเดียว เขาแทบไม่ได้มองไปทางอื่นเลย ผิดกับฉันที่ไม่กล้ามองหน้าเขาเพราะกลัวจะเก็บอาการขัดเขินของตัวเองไว้ไม่ได้

“พี่จ่ายให้เอง” นักศึกษาพากันลงจากรถเมื่อมาถึงมหา’ลัย พี่เจรีบบอกกับฉันก่อนที่เท้าจะเหยียบพื้นถนน

“ขอบคุณค่า” เอ่ยเสียงใสแล้วยืนรอเขาเดินมาหา ส่งเอกสารของเขาคืน ทว่าเขากลับแย่งกระเป๋าและหนังสือเรียนของฉันไปถือด้วย

“แอลถือเอง เดี๋ยวพี่เจหนัก”

“ไม่หนักเลยสักนิด เดี๋ยวพี่ส่งให้ถึงตึกเลยค้าบ” เขายิ้มทะเล้น ดูกี่ทีก็น่ารักน่าหยิก

เดินกันมาถึงตึกคณะที่ฉันเรียน พี่เจเอากระเป๋าและหนังสือเรียนวางไว้ให้บนโต๊ะหินอ่อนซึ่งพวกเพื่อนฉันนั่งอยู่แล้ว

“ตั้งใจเรียนนะ” พี่เจว่าพลางเอามือขยี้หัวฉันเล่น ไม่หงุดหงิดเลยสักนิดที่ผมยุ่งเหยิง กลับชอบที่เขาทำแบบนั้น

เขาหมุนตัวหันหลังให้แล้วเดินไปตามทาง แต่เดินไปได้ไม่ไกลเขาก็หมุนตัวกลับมาโบกมือลา

“เมื่อวันศุกร์นางยังเหม่อ ๆ แต่วันนี้นางยิ้มกว้างเว่อร์” ลูกหมีเบ้ปากใส่ฉันแล้วหันไปพูดกับโยเกิร์ต

“เดินคุยกันกะหนุงกะหนิงไปอีก” โยเกิร์ตเองก็เบะปากคว่ำไม่แพ้ลูกหมี

“ขอโทษที่ไม่ได้อัปเดต พอดีพี่เจไปง้อ แล้วกูก็ตอบตกลงไปแบบรำคาญอะมึง ไม่คิดว่าจะน่ารักเบอร์นี้ วันนี้พี่เจไปรับกูที่หอ นั่งสองแถวมาด้วยกัน จ่ายเงินค่ารถให้กู ถือกระเป๋าให้ เดินจับมือกัน อ๊ายยย น่าร้ากกกก”

“หมั่นไส้จัง”

“เดี๋ยวชี ชีจะมีโมเมนต์หมั่นไส้คนอื่นงี้ไม่ได้” ลูกหมีจับแขนแม่ชีของกลุ่มที่ตอนนี้กำลังเอามือปิดปากไว้ สงสัยสีหน้าและน้ำเสียงของฉันจะน่ากระแดะมาก ถึงขนาดทำให้ใบบัวพูดออกมาแบบที่ไม่เคย

“ขนาดชียังคีปลุคไม่ไหว” โยเกิร์ตหัวเราะร่วนหลังพูดจบ ฉันก็ได้แต่ไหวไหล่ใส่ให้น่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าเดิม!

ช่วงพักของฉันเป็นเวลาเลิกเรียนของพี่เจแล้ว เขามากินข้าวที่โรงอาหารส่วนกลางด้วยกัน กลุ่มเพื่อนฉันแซวไม่หยุดหย่อน ฉันนี่เขินจนแทบจะมุดโต๊ะหนีไปเลยแหละ ได้เวลาเลิกเรียนเขาก็รออยู่ที่หน้าตึกอย่างที่ได้บอกไว้ หัวใจของฉันฟูฟ่องมากทีเดียว

เขาสม่ำเสมอแบบนี้มาตลอดเกือบ 1เดือน…

แต่แล้วก็เปลี่ยนไป…

เช้าวันนี้พี่เจโทรมาหา ฉันก็ตัดสายไปอย่างเช่นทุกวันที่ผ่านมา แค่โทรมาก็รู้แล้วว่าเขามาถึงหน้าหอ ฉันจึงรีบลงไปทันที

รถสีดำมันวาวที่จอดอยู่หน้าตึกคันนี้คุ้น ๆ ตา ฉันเดินเข้าไปใกล้ คนข้างในจึงลดกระจกลงแล้วผลิยิ้ม

“ขึ้นรถสิ”

ฉันพยักหน้าหงึก ๆ แต่ก่อนที่จะเปิดประตู ฉันเดินไปดูแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดอยู่ข้างหน้าให้หายคาใจ

เป๊ะเลย! นี่รถพี่เอ็กซ์ เขาขายคันนี้เพราะรถสัญชาติยุโรปที่เขาจองไว้ได้รับแล้ว แต่ฉันจำได้ว่าเขาขายให้กับคุณน้อย

เอ…หรือฉันจะจำผิด

ละความสงสัยไว้เพียงเท่านั้น เปิดประตูขึ้นไปนั่งก่อนที่เจ้าของรถคนใหม่จะสงสัยกับการกระทำของฉัน แต่เมื่อขึ้นมานั่งแล้ว ก็คิดวกวนสับสนว่าทำไมเจ้าของคนใหม่ถึงกลายเป็นพี่เจไปได้

“คิดอะไรอยู่ เงียบเชียว” เสียงนุ่มของพี่เจทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงความคิด

“พี่เจซื้อรถมากี่บาทอะ”

“เจ็ดแสน เจ้าของเดิมใช้มาแค่สองสามปีเอง” เขาตอบยิ้ม ๆ

“เจ้าของเดิมชื่ออะไรเหรอ”

พี่เจหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก่อนที่กลีบปากของเขาขยับอ้าขึ้นคล้ายจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วก็หยุดไว้ สักครู่หนึ่งจึงตั้งคำถามกับฉันแทน

“แอลจะอยากรู้ชื่อเจ้าของเดิมไปทำไมอะ”

ฉันเงียบไปแวบหนึ่งเพื่อใช้ความคิดว่าจะตอบอย่างไรดี “แอลเห็นรถเนี้ยบมากเลยสงสัยว่าเจ้าของเดิมผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้ชายจ้ะ”

ผู้ชายก็น่าจะหมายถึงพี่เอ็กซ์ แต่พี่ชายฉันบอกว่าขายให้คุณน้อยไปนี่นา ฉันเอาสมาร์ตโฟนออกจากกระเป๋าจะต่อสายหาพี่ชาย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเวลานี้เขายังนอนกรนคร่อก ๆ อยู่เลย สมาร์ตโฟนจึงถูกเก็บไว้อย่างเดิม

“แอลดูแปลก ๆ นะ” พี่เจชำเลืองมองฉันแล้วเอ่ยออกมา

“คือแอลแค่งง ๆ อะพี่เจ แอลนึกว่าเจ้าของรถคันนี้จะเป็นผู้หญิงที่ชื่อน้อย”

“น้อย…” เสียงพี่เจแผ่วลง หัวคิ้วของเขาขยับเข้าหากันในขณะที่หันมามองหน้าฉัน “ทำไมถึงคิดงั้นอะ”

“เคยคุยกับเจ้าของรถคันเก่า เขาบอกว่าคุณน้อยมาติดต่อขอซื้อแล้ว”

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ หากพี่เจซื้อกับพี่เอ็กซ์ เขาก็น่าจะจำได้นี่นา เขาเคยเจอพี่เอ็กซ์แล้ว และพี่เอ็กซ์ก็น่าจะจำเขาได้แล้วมาบอกฉัน

“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่หน้าตึกเลยนะ แอลจะได้ไม่ต้องเดิน” หน้าตาของพี่เจดูเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงเนือย ๆ ดูไม่สดใสเหมือนอย่างเคย

“น่ารักที่สุด” ฉันข่มความสงสัยไว้แล้วหันไปส่งยิ้มหวาน ๆ ให้สารถีหนุ่ม เขามาจอดให้ถึงหน้าตึกคณะอย่างที่เขาบอก

สีหน้าและแววตาของเขาดูแปลก ๆ เหมือนฝืนยิ้มและพยายามทำให้ดูปกติ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ผิดปกติ! 

ฉันละความคิดสับสนเอาไว้ ทว่าตอนเลิกเรียนเขากลับส่งไลน์มาบอกว่าไม่ว่างมารับ ฉันพยายามที่จะไม่โวยวายเพราะกลัวว่าจะดูงี่เง่าเสียจนเกินไป นานนับเดือนที่เขาคอยรับส่ง คอยพาไปกินของอร่อย ๆ ไปเดินเล่นหลังเลิกเรียนและวันหยุด หากเขาจะไม่ว่างสักวันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอกมั้ง

“พี่เจล่ะ”

“เขาบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง” ฉันให้คำตอบกับโยเกิร์ต

“งั้นเดี๋ยวบัวขึ้นรถไปเป็นเพื่อน” บ้านของใบบัวอยู่สุดสายของรถสองแถว แต่โดยปกติใบบัวจะขึ้นรถไฟฟ้าไป นั่งไปสองสถานีก็ถึง ความไวต่างกันเยอะ

“ไม่เป็นไรหรอก บัวขึ้นรถไฟฟ้าไปแหละ แอลนั่งสองแถวแป๊บเดียวก็ถึง” หอฉันอยู่แค่นี้ นั่งไม่นานก็ถึงแล้ว เดินไปยังได้เลย

“ก็เผื่อว่าจะเหงา เพราะมีเขาติดแจเป็นเดือน” ใบบัวพูดยิ้ม ๆ ก็อย่างที่ใบบัวว่า ก่อนหน้านี้ก็ใช้ชีวิตเองได้ปกติ แต่พอมีเขาอยู่ด้วยตลอดเวลา พอขาดไปก็เหงาหนักเลย

“ไม่ย่ะ กลับเองได้!” ฉันแสร้งทำเสียงใส ฉีกยิ้มร่าเริง แล้วเดินนำหน้ากลุ่มเพื่อนออกไป เพื่อนสามคนนั้นแยกตัวไปที่สถานีรถไฟฟ้า ส่วนฉันยืนรอรถไม่นานก็ได้ขึ้น…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป